หากคุณกำลังมีความคิดที่อยากจะสร้างแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะ “เสื้อโปโล” (Polo Shirt) หรือยูนิฟอร์มบริษัท สิ่งแรกที่คุณจะต้องเผชิญหน้าคือการเลือก “เนื้อผ้า” ซึ่งในตลาดมีผ้าหลากหลายชนิดให้เลือกใช้จนอาจทำให้สับสนได้ แต่ถ้าคุณลองสังเกตเสื้อโปโลจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก คุณจะพบว่าส่วนใหญ่เลือกใช้เนื้อผ้าที่มีลักษณะพื้นผิวเป็นตารางเล็กๆ หรือคล้ายรังผึ้ง ซึ่งนั่นก็คือเนื้อผ้าที่วงการสิ่งทอเรียกว่า ผ้าปิเก้ (Pique) นั่นเอง
หลายคนอาจเคยได้ยินช่างตัดเย็บหรือโรงงานเรียกว่า “ผ้าจูต” แล้วสรุปแล้ว ผ้าปิเก้ คือ อะไรกันแน่? เกี่ยวข้องกับผ้าจูตอย่างไร? และทำไมมันถึงกลายมาเป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) สำหรับการผลิตเสื้อโปโล? ในบทความนี้ Ploy Textile จะพาคุณไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุม เพื่อให้คุณมีความรู้ที่แน่นพอสำหรับการตัดสินใจเลือกผ้าที่ดีที่สุดให้กับแบรนด์ของคุณครับ
ผ้าปิเก้ คืออะไร?
ผ้าปิเก้ คือ รูปแบบหนึ่งของการทอผ้า (Knitting) ไม่ใช่ชื่อของเส้นใย (อย่างเช่น คอตตอน หรือ โพลีเอสเตอร์) คำว่า “Piqué” มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “การควิลท์” (Quilting) หรือการเย็บปักถักร้อยให้เกิดลวดลายนูนต่ำ จุดเด่นของเนื้อผ้าปิเก้คือโครงสร้างการทอแบบคู่ (Double-knit) ที่ทำให้เกิดลวดลายทางเรขาคณิตบนพื้นผิวผ้า มักจะมีลักษณะคล้ายกับตารางเล็กๆ สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า “ลายรังผึ้ง” (Honeycomb)
โครงสร้างการทอที่ทำให้เกิดร่องและรอยนูนนี้เอง ที่ทำให้เนื้อผ้าปิเก้มีความแตกต่างจากผ้าเจอร์ซีย์ (Jersey) หรือผ้าเรียบกริบแบบเสื้อยืดคอกลมทั่วไป โดยนอกจากจะให้ผิวสัมผัสที่ดูมีมิติและพรีเมียมแล้ว ยังส่งผลโดยตรงต่อฟังก์ชันการใช้งานอีกด้วย
ผ้าปิเก้ กับ ผ้าจูต ต่างกันอย่างไร?
ในวงการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของไทย โดยเฉพาะในตลาดโรงงานตัดเย็บ เรามักจะได้ยินคำว่า “ผ้าจูต” (เช่น จูตไมโคร, จูตคอตตอน) ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ผ้าจูต ก็คือ ผ้าทอลายปิเก้ (Pique) นั่นเองครับ
สาเหตุที่คนไทยเรียกว่าผ้าจูต ไม่ได้หมายความว่าทอมาจากเส้นใยปอ (Jute fiber) ที่ใช้ทำกระสอบแต่อย่างใด แต่เป็นการเรียกติดปากตามลักษณะของพื้นผิวผ้าที่มีความสากนิดๆ หรือมี Texture คล้ายคลึงกัน ดังนั้น หากคุณไปติดต่อโรงงานแล้วบอกว่าต้องการ “ผ้าจูตสำหรับทำเสื้อโปโล” ให้เข้าใจตรงกันว่า คุณกำลังพูดถึงการทอแบบ Pique อยู่นั่นเอง
ทำไมแบรนด์ดังและคนทำเสื้อถึงเลือก “ผ้าปิเก้” ทำเสื้อโปโล?
เมื่อเราเข้าใจแล้วว่า ผ้าปิเก้ คือ โครงสร้างการทอแบบพิเศษ คำถามต่อมาคือ ทำไมมันถึงถูกจับคู่กับเสื้อโปโลมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคที่ René Lacoste นักเทนนิสชื่อดัง นำมาใส่ลงสนามครั้งแรกในยุค 1920s? นี่คือเหตุผลสำคัญครับ:
1. การระบายอากาศที่เป็นเลิศ (Breathability)
ด้วยโครงสร้างการทอแบบรังผึ้ง ทำให้เนื้อผ้าปิเก้มีช่องว่างขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วทั้งผืนผ้า ช่องว่างเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนเป็นรูระบายอากาศ ช่วยให้อากาศไหลเวียนเข้าออกได้ดีเยี่ยม เมื่อนำมาทำเสื้อโปโลหรือเสื้อกีฬา ผู้สวมใส่จะรู้สึกเย็นสบาย ไม่อบอ้าว และช่วยระบายเหงื่อได้ดีกว่าผ้าทอเรียบ
2. อยู่ทรงสวย ไม่ย้วยง่าย (Shape Retention)
การทอแบบ Double-knit ทำให้ผ้าปิเก้มีความหนาและมีน้ำหนักทิ้งตัวกำลังดี ส่งผลให้เสื้อโปโลที่ตัดเย็บจากผ้าชนิดนี้ “อยู่ทรง” สวยงาม ไม่แนบเนื้อจนเกินไป และที่สำคัญคือทนทานต่อการซัก ไม่ย้วยง่ายๆ ซึ่งตอบโจทย์มากสำหรับการทำยูนิฟอร์มบริษัทที่ต้องใส่และซักเป็นประจำ
3. ซ่อนคราบเหงื่อได้ดี (Conceals Sweat)
ความพิเศษของเท็กซ์เจอร์ลายรังผึ้งคือ มันช่วยกระจายความชื้นได้ดี และด้วยพื้นผิวที่ไม่เรียบสนิท ทำให้เมื่อผู้สวมใส่มีเหงื่อออก รอยคราบเหงื่อจะไม่ปรากฏชัดเจนเท่ากับเสื้อยืดผ้าเรียบ (Jersey) ทำให้ผู้สวมใส่ยังคงดูดีและมีความมั่นใจได้ตลอดวัน
4. ดูสุภาพและพรีเมียม (Premium Appearance)
เนื้อผ้าปิเก้ให้ลุคที่ดูกึ่งทางการ (Smart Casual) มีความเนี้ยบและดูมีราคา เมื่อนำไปติดปกเสื้อ ทำสาบกระดุม และปักโลโก้แบรนด์ จะช่วยยกระดับให้เสื้อตัวนั้นดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น จึงเป็นที่นิยมอย่างมากในการทำเสื้อโปโลพนักงาน หรือแบรนด์เสื้อผ้าไลฟ์สไตล์ระดับไฮเอนด์
ประเภทของเส้นใยที่นิยมนำมาทอเป็น “ผ้าปิเก้”
อย่างที่ได้กล่าวไปว่า ผ้าปิเก้ คือวิธีการทอ ดังนั้นเราจึงสามารถใช้เส้นใยชนิดใดก็ได้มาทอให้เกิดลายนี้ สำหรับคนทำแบรนด์ การเลือกเส้นใยให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายคือสิ่งสำคัญที่สุด โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ดังนี้
- Pique Cotton 100%
- คุณสมบัติ: ให้สัมผัสที่นุ่มละมุนที่สุด ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ไม่ระคายเคืองผิว สวมใส่สบายมาก
- ข้อควรระวัง: อาจมีการหดตัวหลังซักในครั้งแรกๆ และยับง่ายกว่าผ้าชนิดอื่น ต้องรีดให้เรียบ
- เหมาะสำหรับ: แบรนด์เสื้อโปโลระดับพรีเมียม หรือเสื้อผ้าเด็กที่ต้องการความอ่อนโยนขั้นสุด
- Pique Polyester 100% (Micro Jute)
- คุณสมบัติ: สีสันสดใส ไม่ซีดจางง่าย ซักแล้วไม่หด ไม่ย้วย และแทบไม่ต้องรีด (Wrinkle-free) แห้งไวมาก
- ข้อควรระวัง: การระบายอากาศอาจไม่สู้ Cotton 100% แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาเส้นใยไมโครโพลีเอสเตอร์ (Micro Polyester) ที่ช่วยให้ระบายอากาศได้ดีขึ้นมาก
- เหมาะสำหรับ: เสื้อกีฬา, เสื้อโปโลแจกงานอีเวนต์, ยูนิฟอร์มช่าง หรือเสื้อที่เน้นการใช้งานลุยๆ
- Pique Blend (CVC / TC)
- คุณสมบัติ: คือการผสมผสานระหว่าง Cotton และ Polyester เพื่อดึงข้อดีของทั้งสองฝั่งมาไว้ด้วยกัน (CVC จะมีสัดส่วน Cotton มากกว่า Poly ส่วน TC จะมี Poly มากกว่า Cotton) ผ้ากลุ่มนี้จะนุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดีพอสมควร อยู่ทรง ไม่ยับง่าย และราคาจับต้องได้
- เหมาะสำหรับ: ยูนิฟอร์มบริษัททั่วไป, เสื้อแบรนด์แฟชั่นระดับกลางถึงสูง ที่ต้องการความสมดุลระหว่างความสวยงามและการดูแลรักษาง่าย
PLOY TEXTILE
ต้องการข้อมูลและสอบถามรายละเอียดเพิมเติมทีมงานพร้อมให้คําปรึกษา และแนะนําผ้าที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ
สอบถามเพิ่มเติม
มาถึงตรงนี้ คุณคงได้คำตอบอย่างชัดเจนแล้วว่า ผ้าปิเก้ คือ เนื้อผ้าที่ทอด้วยโครงสร้างแบบคู่จนเกิดลวดลายรังผึ้งหรือตารางเล็กๆ (หรือที่เรียกกันว่าผ้าจูต) ซึ่งด้วยคุณสมบัติเด่นทั้งในเรื่องของการระบายอากาศ การอยู่ทรงสวยงาม และรูปลักษณ์ที่ดูพรีเมียม จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ผ้าปิเก้คือตัวเลือกอันดับหนึ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการผลิตเสื้อโปโล ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น หรือยูนิฟอร์มองค์กร
การสร้างแบรนด์เสื้อผ้าให้ประสบความสำเร็จ “คุณภาพของเนื้อผ้า” คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่สัมผัส หากคุณกำลังมองหาแหล่งผลิตผ้าปิเก้ที่ได้มาตรฐาน ทอด้วยเครื่องจักร Circular Knit ที่ทันสมัย ควบคุมคุณภาพในทุกกระบวนการผลิต
ติดต่อเรา Ploytextile
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็ปไซต์ของเรา ถ้าท่านต้องการทราบรายละเอียด เกี่ยวกับสินค้าและบริการเพิมเติม กรุณาติดต่อเราตามที่อยู่ในเว็ปไซต์ ทุกความคิดเห็นของท่านสําคัญสําหรับเรา
ที่อยู่
100 หมู่ 1 ซ.วิรุณราษฏร์ ถ.เศรษฐกิจ 1 ต.อ้อมน้อยอ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 74130
